เงื่อนไขการกู้ยืม กยศ.

คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงินกยศ. เป็นผู้มีสัญชาติไทย เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้ ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงินกยศ.
  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้

ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี รายได้ต่อครอบครัวพิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดามารดา ในกรณีที่บิดา มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง

(2) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดา

(3) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรสแล้ว

  1. มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้

3.1 เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา ( 2.00 ขึ้นไป )

3.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น

3.3 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง หรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ

3.4 ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน

3.5 ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา

3.6 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

3.7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

3.8 ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้ โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี

  1. ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม  อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง

** กรณีที่ผู้ขอกู้ยืมรายใดเคยกู้ยืมเงินกองทุน กยศ.หรือกองทุน กรอ. มาแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และ/หรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาแล้ว ผู้ขอกู้ยืมรายนั้นสามารถกู้ยืมเงินกองทุนต่อไป หากได้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นแล้ว

** สำหรับนิสิต กยศ. คณะวิทยาการสารสนเทศ รหัส 56 – 57 เนื่องจากทางมหาวิทยามหาสารคามจะมีการจัดการแข่งกีฬาราชพฤกษ์ ในวันที่ 20 – 26 เมษายน 2558 ทางคณะฯ จึงขอความร่วมมือจากนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมขึ้นสแตนเชียร์ โดยจะนับชั่วโมงกิจกรรมให้แก่นิสิตกยศ. ครบทั้ง 18 ชั่วโมงภายใน 1 กิจกรรม  รวมตัวและเริ่มซ้อมนับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2558 เวลา 18.00 น. บริเวณลานก้นหอย ณ คณะวิทยาการสารสนเทศ

เอกสาร / หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน

สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่

  1. แบบคำขอกู้ยืมเงินที่จัดพิมพ์ออกจากระบบ e-Studentloan
  2. แบบคำขอกู้ยืมเงินที่เป็นเอกสาร (แบบ กยศ.101) และเอกสารประกอบการรับรองรายได้ดังนี้
    • กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมมีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนของบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี
    • กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมไม่มีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวของผู้กู้ยืมเงิน (แบบ กยศ.102) และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองรายได้
    • หนังสือแสดงความคิดเห็ดของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา (แบบ กยศ.103)
    • แผนผังแสดงที่ตั้งของที่อยู่ผู้อาศัย พร้อมรูถ่ายที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
    • ใบแสดงผลการศึกษา / สำเร็จการศึกษาในปีที่ผ่านมา

สำหรับผู้กู้ยืมเก่า

  1. แบบคำขอกู้ยืมเงินที่จัดพิมพ์ออกจากระบบ e-Studentloan
  2. เอกสารประกอบการรับรองรายได้ ดังนี้
    • กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมมีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนของบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี
    • กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมไม่มีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวของผู้กู้ยืมเงิน (แบบ กยศ.102) และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองรายได้
    • แผนผังแสดงที่ตั้งของที่อยู่ผู้อาศัย พร้อมรูถ่ายที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
    • ใบแสดงผลการศึกษา / สำเร็จการศึกษาในปีที่ผ่านมา

** หมายเหตุ : สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อ โดยเจ้าของเอกสารเช่น สำเนาบัตรประชาชนของบิดา บิดาต้องเป็นผู้เซ็นรับรอง เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้รับรองรายได้

  1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ
  2. ผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป
  3. หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้กู้ยืมศึกษาอยู่
รายการเอกสาร / หลักฐานประกอบการส่งสัญญา กยศ.
(สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ และรายเก่า กรณีย้ายสถานศึกษา )
1.        สัญญา กยศ. ( สี / ขาวดำ )2.        สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ ( บัตรต้องไม่หมดอายุ )3.        สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้4.        สำเนาสมุดบัญชีหน้าแรก ธ.กรุงไทย ของผู้กู้ยืม

5.        สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำประกัน

6.        สำเนาทะเบียนบ้านผู้ค้ำประกัน

7.        สำเนาบัตรประชาชนผู้แทนโดยชอบธรรม / ผู้ปกครอง( กรณีผู้แทนโดยชอบธรรม / ผู้ปกครองไม่ใช่คนเดียวกันกับผู้ค้ำประกัน )

8.        สำเนาทะเบียนบ้านผู้แทนโดยชอบธรรม / ผู้ปกครอง

( กรณีผู้แทนโดยชอบธรรม / ผู้ปกครองไม่ใช่คนเดียวกันกับผู้ค้ำประกัน )

จำนวน 2 ฉบับจำนวน 2 ฉบับจำนวน 2 ฉบับจำนวน 2 ฉบับ

จำนวน 2 ฉบับ

จำนวน 2 ฉบับ

จำนวน 2 ฉบับ

 

จำนวน 2 ฉบับ

 

คุณสมบัติของผู้ค้ำประกัน ( สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำสัญญากับสถานศึกษาใหม่ )

  1. ผู้ค้ำประกันต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
  2. บิดา มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคู่สมรส หรือ บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมประจำสถานศึกษากำหนดให้เป็นผู้ค้ำประกันได้

แนวปฏิบัติเรื่องการค้ำประกัน

  1. กรณีที่นักเรียน / นิสิต ไม่มีบิดา มารดา ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้ให้การยินยอมในการทำนิติกรรมสัญญา และเป็นผู้ค้ำประกัน “ ผู้ปกครอง “
  2. ผู้ค้ำประกันไม่สามรถเพิกถอนการค้ำประกันได้ ในระหว่างที่ผู้กู้ยืมเงิน ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
  3. ในการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่ละครั้ง ผู้กู้ยืมเงินอาจเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกันคนเดิม

 

เรื่องน่ารู้

 

  1. วิธีการลงทะเบียนสำหรับนิสิตกู้ยืมใหม่ นิสิตที่ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ E-Studentloan ตามปฏิทินงานทุนการศึกษากำหนดอยู่ที่ระหว่างรอผลพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืมเงิน ให้ลงทะเบียนเรียนตามปกติตามช่วงการลงทะเบียนเรียน โดยไม่ต้องชำระภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
  • เมื่อผลการพิจารณาอนุมัติเรียบร้อยแล้วหากไม่ผ่านการพิจารณาค่อยชำระค่าใช้จ่ายภายใน 2 สับดาห์ หลังจากประกาศผลพิจารณาอนุมัติ
  • นิสิตที่ยื่นความประสงค์หลังจากที่ระบบ E-Studentloan กำหนดนิสิตต้องดำเนินการชำระค่าใช้จ่าย จ่ายด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าหมดเขตในการรับสมัครขอกู้และถือว่าไม่เป็นผู้กู้ยืมเงิน ประจำปีการศึกษาดังกล่าว
  1. วิธีการชำระค่าใช้จ่ายของนิสิตกู้ยืม นิสิตที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินไม่ต้องดำเนินการชำระภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากทุนการศึกษา จัดดำเนินการส่งรายชื่อให้กองคลังและพัสดุดำเนินการผ่อนผันให้เพื่อรอให้ กยศ. โอนเข้า กองคลังและพัสดุเพื่อดำเนินการตัดทุนให้โดยตรง และนิสิตหากลงทะเบียนเกินวงเงินที่กยศ. อนุมัติให้ ต้องเพเนินการชำระค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกินด้วยตนเองตามระยะเวลาที่กองคลังและพัสดุกำหนด
  1. การจ่ายเงินกู้ยืม ค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา กองอทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาหลังจากตรวจสอบสัญญา / แบบลงทะเบียนเรียน / แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพว่าถูกต้องและครบถ้วนตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากระบบ E-Studentloan กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาพร้อมกันทั้ง 2 ยอด โดยไม่มีการโอนค่าจ่ายค่าครองชีพเป็นรายเดือน ซึ่งทางมหาวิทยาลัย จะจ่ายเข้าบัญชีผู้กู้ยืมต่อไป กรณีสัญญา / แบบลงทะเบียนเรียน / แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพไม่ถูกต้อง จะแจ้งให้สถานศึกษาทราบ เพื่อให้สถานศึกษาแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อแก้ไขเสร็จสิ้นแล้วให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารจาก E-studentloan แนบมาพร้อมกับเอกสารที่แก้ไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาต่อไป กรณีที่นิสิตได้สำรองการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าหน่วยกิจก่อน นิสิตจะได้รับเงินคืนหลังจากงานกองคลังของมหาวิทยาลัยตัดยอดหนีค่าธรรมเนียมและค่าหน่วยกิจแล้ว โดยการโอนเงินคืนจะแบ่งออกเป็นรอบตามวันที่ ธนาคารกรุงไทยโอนจ่ายเงินเข้าบัญชีมหาวิทยาลัย เช่น โอนวันที่ 10 และวันที่ 20 ของเดือน มหาวิทยาลัยจะตัดรายชื่อเป็น 2 รอบ โดยแต่ละรอบในการทำเรื่องโอนเงินคืนจะใช้ระยะเวลา 20-30 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่สำรองจ่ายก่อน
  1. การส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน ก่อนสินภาคการศึกษา ผู้บริหารสถานสถานศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินค่าเล่าเรียน หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาที่สถานศึกษาได้รับจริงจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายซึ่งเป็นข้อมูลหลังจากเสร็จสิ้นการเพิ่ม-ถอนรายวิชาแล้ว ผ่านระบบ E-Audit ของกองทุนเพื่อตรวจสอบ หากไม่สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีเหตุอันควร กองทุนจะระงับการโอนเงินให้แก่สถานศึกษาสำหรับภาคการศึกษาถัดไป
แนวปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ค้ำประกัน
  1. กรณีที่ผู้กู้ยืมได้บันทึกรายละเอียดผู้ค้ำประกัน ( ระบบ E-Studentloan ) แต่ยังมิได้มีการทำสัญญาหากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ดี กรณีนี้ กองทุนเห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน ในระบบ E-Studentloan ได้
  2. กรณีที่ผู้กู้ยืมได้มีการทำสัญญาแล้ว แต่อยู่ในขั้นตรวจสอบสถานศึกษาตรวจสัญญา ( ระบบ E-Studentloan ) และผู้บริหารสถานศึกษายังมิได้ลงนามในฐานะผู้ให้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือด้วยเพราะเหตุผลใด ๆ กรณีกองทุน เห็นว่าควรอนุญาตให้ผู้กื้มเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน โดยการทำสัญญาฉบับใหม่ หรือใช้วิธีขีดฆ่าชื่อผู้ค้ำประกัน และระบุชื่อผู้ค้ำประกันคนใหม่แล้วลงนามกำกับ และให้ผู้ค้ำประกันคนใหม่ลงชื่อในฐานะผู้ค้ำประกันด้วย
  3. กรณีที่ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และผู้ให้กู้ยืม ( ผู้บริหารสถานศึกษา ) ได้ลงนามในสัญญาค้ำประกันแล้ว หากผู้ให้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือด้วยเพราะเหตุผลใด ๆ กรณีนี้ กองทุน ขอให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงแบบท้ายสัญญา เพื่อให้ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกันคนใหม่ และผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้ให้กู้ยืม ลงนามในบันทึกข้อตกลง แล้วส่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้ธนาคารกรณีผู้กู้ยืมได้รับเงินโอนค่าเล่าเรียนแล้ว ไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการค้ำประกันได้
การแจ้งสถานภาพและการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้กู้ยืมเงิน
  1. ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง
  2. ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบ E-Studentloan ด้วยตนเอง และต้องเก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุน ไว้เป็นความลับ
  3. ต้องแจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษาหรือพ้นสภาพนิสิตภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษาหรือพ้นสภาพนิสิต ต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)(ตามแบบ กยศ.108)
  4. ต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนิสิต ไปที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)หากยังมีสภาพเป็นนิสิตอยู่ แต่ไม่ได้กู้ยืมเงินกองทุน (ตามแบบ กยศ.204)
  5. ต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงาน พร้อมจำนวนเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทราบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มทำงาน
  1. กรณีที่นิสิตลาออก นิสิตที่ลาออกจากสถานศึกษา หากอยู่ระหว่างปีการศึกษาให้ดำเนินการยื่นหลักฐานการลาออก ที่งานทุนการศึกษา เพื่อดำเนินการระงับทุนการศึกษา เพื่อที่นิสิตจะสามารถยื่นกู้ยืมต่อที่มหาวิทยาลัยอื่นได้
  1. กรณีที่พ้นสภาพนิสิต นิสิตกู้ยืมเงินกองทุนฯ ที่พ้นสภาพการเป็นนิสิต กองทะเบียนและประมวลผลจะดำเนินการส่งรายชื่อมายังงานกองทุนการศึกษา จากนั้นดำเนินการแจ้งไปยังสำนักงานกองทุนการศึกษา จากนั้นดำเนินการแจ้งไปยังสำนักงานกองทุนเพื่อระงับทุนการให้กู้ยืมต่อไป
  1. กรณีเสียชีวิต นิสิตที่เสียชีวิต ให้ญาติดำเนินการจัดส่งเอกสารการเสียชีวิตที่งานทุนการศึกษา เพื่อดำเนินการออกหนังสือยกเลิกภาระหนี้สินให้นิสิตต่อไป
  2. การชำระหนี้สินของนิสิตกู้ยืม การชำระหนี้กองทุนหลังจากที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 2ปี จะมีใบแจ้งหนี้ไปยังภูมิลำเนาของผู้กู้ยืมเพื่อติดต่อขอชำระหนี้ได้ที่ ธ.กรุงไทยทุกสาขา และสามารถชำระได้ทางระบบตู้ ATM ทั่วประเทศ ส่วนกรณีที่ยังไม่สำเร็จการศึกษา นิสิตได้รับใบแจ้งหนี้ทางธนาคาร ให้ดำเนินการติดต่อที่สถานศึกษาเพื่อออกใบรับรองสถานภาพกำลังศึกษา แจ้งยังธนาคารเพื่อทำการผ่อนผัน

tFIlHyxi

ขั้นตอนการกู้ยืมเงินของนักเรียน / นักศึกษารายเก่า
ที่ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษา และไม่เปลี่ยนสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 1
 1.ยื่นแบบคำยืนยันขอกู้ยืม  นักเรียน/นักศึกษายื่นแบบคํายืนยันขอกู้ยืมเงินกองทุน ผ่­านระบบe-Studentloan (นัก เรียน /นักศึกษาต้องยื่น แบบคำยืนยันขอกู้ยืมเพื่อแจ้งความประสงค์ยืนยันการขอกู้ยืมภายในระยะเวลาที่กองทุนกําหนด ) 
2. สัมภาษณ์และคัดเลือก  คณะกรรมการของสถานศึกษาจะเรียกนักเรียน/นักศึกษาสัมภาษณ์และตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อพิจารณาอนุมัติการให้กู้ยืมเงินกองทุน 
3.ตรวจสอบผลการอนุมัติ  นักเรียน/นักศึกษา ตรวจผลการพิจารณาอนุมัติจากประกาศของสถานศึกษาหรือตรวจผลการพิจารณาอนุมัติผ่านระบบ e-Studentloan 
4.บันทึกจำนวนค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ตามที่สถานศึกษาเรียกเก็บ  นักเรียน/นักศึกษา บันทึกจํานวนเงินค่าเล่­าเรียน และค่­าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาโดยไม่­เกินจํานวนที่สถานศึกษาเรียกเก็บผ่านระบบe-Studentloan
5. ตรวจสอบและบันทึกจํานวนเงินกู้ยืมในแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจํานวนเงินค่­าเล่าเรียนค่­าใช้จ่­ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ  สถานศึกษาตรวจสอบและบันทึกจํานวนเงินค่­าเล่­าเรียน และค่าใช้จ่­ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา พร้อมพิมพ์เอกสารแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจํานวนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าถูกต้องแล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานทั้งผู้กู้ยืมเงิน และสถานศึกษา
6.การจ่ายเงินกู้ยืม  กองทุนจะโอนเงินค่าครองชีพเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมทุกเดือน สําหรับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา กองทุนจะโอนเข้าบัญชีของสถานศึกษา
ดาวโหลดไฟล์ : คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน-pdf , ขั้นตอนการกู้ยืม << CLICK

สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก wepsite : http://www.studentloan.or.th/

 

 ………………………………………………………………

ติดต่อสอบถาม

คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150

เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร 043-754359 ต่อ 0

เว็บไซต์ : www.it.msu.as.th

 

สำนักงานเลขานุการคณะวิทยาการสารสนเทศ IT-201

งานพัฒนานิสิต

อาจารย์ธิติพัทธ์ ลิ้มสัมฤทธิ์นิภา    รองคณบดีผ่ายพัฒนานิสิตและศิลปวัฒนธรรม

นางสาววาสนา ยิ่งกำแหง             นักกิจการนิสิต

เบอร์โทรศัพท์ 043-754359

เบอร์ภายใน 5177 และ 5222

Facebook :       กยศ. วิทยาการสารสนเทศ

https://www.facebook.com.groups/it.studentloan/

 

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม