คุยกับพัฒน์ นิเทศฯ รุ่น 9 กับรางวัลระดับภาคฯ สื่อพลเมือง

แค่มี Smartphone และอินเทอร์เน็ตทุกคนก็พร้อมเป็นผู้ส่งสารกันได้แล้ว แต่ท่ามกลางสังคมอุดมกระแสเรื่องเด่นดังส่วนใหญ่กลับให้คุณค่ากับเราเพียงน้อยนิด ‘สื่อพลเมือง’ จึงเกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำว่าพื้นที่สาธารณะไม่ใช่ว่าใครจะมาทำอะไรก็ได้ แน่นอนว่าอิสระมี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้เป็น

เมื่อนิเทศฯ คือแหล่งบ่มเพาะนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่เป็นทั้งอนาคตและความหวัง รากฐานเล็กๆ อย่างชุมชน เหตุใดจึงควรได้รับการผลักดันและช่วยกันนำเสนอให้สังคมได้รับรู้ พาไปคุยกับ พัฒน์ พัฒนะ พิมพ์แน่น นิเทศศาสตร์ รุ่น 9 กับรางวัล ‘นักสื่อสารพลเมืองดีเด่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2560’ ตลอดระยะเวลาการเรียนจวบจนทำงานกว่า 9 ปีที่ผ่านมา บางทีอาจให้คำตอบเราได้ชัดเจนขึ้น

ที่มาของสื่อพลเมือง เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นได้ยังไง?

“สื่อพลเมือง” จริงๆความหมายของคำๆนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก คือ ใครก็ได้ที่อยากสื่อสารเรื่องราวประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวหรือในชุมชนนั้นๆ เพื่อให้สังคมได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยที่เราไม่ต้องรอให้สื่อใหญ่ลงมาถ่ายทำเพื่อเป็นข่าวอย่างเดียว เพราะคนในพื้นที่รู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นในชุมชนของตัวเองบ้าง โดยส่งเรื่องราวผ่านทีมงานนักข่าวพลเมืองของ Thai PBS จะมีทีมคอยดูประเด็นหรือเรื่องราวนั้นๆว่าเผยแพร่ได้หรือเปล่า และไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องราวแบบไหน ขอแค่มีประเด็นในพื้นที่ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับสังคม ถ้าเริ่มทำจริงๆ ก็ตั้งแต่ปี 2553 ตอนนั้นเรากำลังเรียนอยู่ปี 3 มีวิชาที่ให้ลงพื้นที่หาประเด็นทำข่าวส่ง  ปรากฎว่าประเด็นที่เราจะเจอ อาจารย์มองว่ามันน่าสนใจเลยให้เรากับกลุ่มเพื่อน 3 คน เขียนบทแล้วส่งให้พี่ๆ Thai PBS ดู เรื่อง “ช้างคืนถิ่น” จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็เป็นเรื่องแรกที่ได้ออกอากาศเลย”

การทำข่าวส่งขั้นตอนเป็นยังไง  ถูกเลือกไปออนทุกเทปไหม วันแรกที่ผลงานออนแอร์รู้สึกยังไง?

“จริงๆ หากเป็นคนอื่นที่ไม่ได้จบสื่อสารมวลชนหรือนิเทศฯ มาก็อาจจะมีปัญหาเรื่องเทคนิคบ้าง แต่เผอิญว่าเราศึกษามาโดยตรงเลยไม่ติดขัดอะไร เช่น การถ่ายภาพ เขียนบท ลงเสียง ตัดต่อ ถ้าเป็นเรื่องที่ส่งให้พี่ๆทีมนักข่าวพลเมือง Thai PBS ที่กรุงเทพฯ เราก็ส่งไปแค่ตัวบทที่เราเขียน พร้อมกับภาพข่าววิดีโอที่เราเลือกไว้ทางอีเมล จากนั้นพี่ๆก็จะช่วยดูบทให้อีกทีแล้วส่งกลับมาให้เราลงเสียง พอเราลงเสร็จก็ส่งตัว Audio กลับไป สุดท้ายพี่ทีมงานก็จะทำการตัดต่อภาพกับเสียงที่เราส่งไปให้เพื่อนออแอร์ ทุกครั้งที่ส่งไปโชคดีได้ออกอากาศทุกครั้งนะ พอเราได้เห็นงานตัวเองอยุ่บนหน้าจอมันรู้สึกดีใจที่ประเด็นของเราได้ทำให้คนทั่วไปรับรู้ว่า เฮ้ยย!! มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมจริงๆ เหรอ เพราะบางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน มันเหมือนไปลดช่องว่างระหว่างผู้ชม ตามมาด้วยคำชมผ่านทางโซเชียลที่เราเช็คฟีดแบ๊คตลอด ได้รู้จักคนมากขึ้นจนกลายเป็นมาเครือข่าย สิ่งที่ชอบที่สุดคือของฝากที่ได้มาจากเพื่อน พี่ น้องกลุ่มนี้แหละ

สื่อพลเมืองมีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่ายจะได้รับรางวัลนี้ คิดว่าอะไรคือเหตุผลหรือมุมมองน่าสนใจ จึงทำให้คณะกรรมการพิจารณารางวัลนี้ให้กับเรา?

“จริงๆ เราไม่รู้นะว่าคณะกรรมการเขาใช้เกณฑ์การคัดเลือกยังไง แล้วก็ไม่เคยหวังอะไรเลย  อาจเป็นเพราะปกติเราทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์ต้องคลุกคลีกับงาน กิจกรรมของน้องๆ และชุมชนรอบมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว จริงๆ ก็แค่ทำหน้าที่ของเราในฐานะสื่อแล้วนำมาเผยแพร่ต่อ แต่พอทำมาตลอดก็เลยกลายเป็นว่าทำจนเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตประจำวัน วินาทีแรกที่ทีมงานจาก Thai PBS โทรมาบอกเราว่าได้เข้ารับโล่รางวัลกับองคมนตรี ความรู้สึกตอนนั้นมันตื่นเต้นและสตั๊นไปพักนึงเลย ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะมาถึงจุดนี้ ยังงงกับตัวเองเหมือนกัน”

เอาสิ่งที่เรียนนิเทศฯ มาใช้ประโยชน์กับการสร้างสรรค์สื่อนี้ยังไง? และก้าวต่อไปกับเส้นทางที่เลือก?

“4ปีที่เรียนนิเทศศาสตร์มา ต้องยอมรับว่าเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ทั้งหมดเลย ตั้งแต่การถ่ายภาพ คิดประเด็น เขียนบท ลงเสียง ตัดต่อ นำมาใช้ได้หมด และถือเป็นความโชคดีของเราที่ได้ทำงานตรงสาย ได้เห็นมุมมองจากประเด็นที่เราทำหลากหลาย ได้เข้าใจคนอื่นซึ่งไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาทำความเข้าใจ เป้าหมายต่อไปคงทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะส่วนตัวมองว่าปัจจุบันเรื่องในชุมชนที่ถือเป็นรากฐานของสังคม จะดีหรือไม่ดีคนในพื้นที่เท่านั้นที่จะรู้ดีกว่าคนนอก และเราในฐานะคนที่อยู่ในชุมชนก็อยากสื่อสารให้สังคมอื่นๆได้รับรู้เช่นกัน เชื่อเถอะว่าพลังของการสื่อสารย่อมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น”

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม