ก่อนถูกสปอยล์ตำนานขวัญผวา ขุดที่มาของคนบ้านป่า ‘ศรีทันดร’ จับเบื้องหน้าท้าความเชื่อเบื้องหลัง

ตกค่ำโพล้เพล้ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า จุดเริ่มต้นของตำนานหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเกิดอาเพศครั้งใหญ่ผู้คนล้มตายอย่างไม่มีสาเหตุ หมู่บ้านที่ไกลห่างจากผู้คนกับความเชื่อแบบคนอีสานที่ยิ่งนานวัน ยิ่งไม่มีวันสลัดออกจากหัวได้

เรากำลังพูดถึงหมู่บ้าน ‘ศรีทันดร’ ชื่อเรื่องของละคอนเวทีประเพณีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ลำดับที่ 17 ประจำปี 2562 และนี่คือการเผยที่ไปที่มาครั้งที่ลึกที่สุด หากรู้แล้วผู้ชมอาจกำตั๋วในมือจนสั่นนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะ ก็อบ รัตนพล ทิพย์มณี หนึ่งในทีมผู้กำกับ เขียนบท ควบตำแหน่งมิวสิกไดเรกเตอร์ เบื้องหลังผู้สร้างสรรค์หมู่บ้านแห่งนี้จะชวนคนดูขุดรากถอนโคนให้ได้รู้ที่มาก่อนโดนคนอื่นสปอยล์


จุดเริ่มต้นของไอเดียละคอนเวทีแนวอีสานระทึกขวัญ 
ก่อนปลูกปั้นกันออกมาเป็นบ้านป่า ‘ศรีทันดร’

“ความคิดมันผุดขึ้นมาตั้งแต่เราอยู่ช่วงปี 1 ปี 2 ว่าหากวันนึงถึงคิวรุ่นพวกเราทำละครเวทีเราอยากทำละครเวทีแนวสยองขวัญ เพราะส่วนตัวผมเป็นคนชอบดูอะไรแนวนี้เป็นทุนเดิม มันมีอะไรซับซ้อน มันมีความอยากหาคำตอบ ชอบโทนความกดดันของมัน คนสร้างสรรค์สามารถออกแบบให้ดำเนินเรื่องราวส่งต่อความรู้สึกถึงผู้ชมได้เอาใจช่วยติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าเรามีโอกาสทำบ้างคิดแค่ว่ามันคงเป็นเรื่องท้าทาย

เมื่อถึงวันสุดท้ายที่รุ่นเราต้องสรุปธีมของเรื่องแล้ว ทีมงานส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องเป็นแนวสยองขวัญชวนระทึกบวกความเป็นอีสานย้อนยุคหน่อยๆ แถมความมิวสิคัลเข้าไปด้วย ส่วนประกอบหนึ่งที่ลงตัวในความเป็นอีสานคงมาจากตัวตนเด่นชัดของทีมงานหลักเรารุ่น 17 (นิสิตชั้นปีที่ 3) ที่ส่วนใหญ่เราพูดคุยกันเป็นภาษาอีสานกันในชีวิตจริงอยู่แล้วและคิดว่ามันก็คงจะสื่อสารให้เข้าใจได้ไม่ยากกับกลุ่มเป้าหมายที่เรารู้ดีว่าส่วนใหญ่คือคนภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เมื่อเราหนีจากตัวตนเราไม่ได้ก็ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของเราไปเลยดีไหม จึงเป็นที่มาของละคอนเวที ‘ศรีทันดร’ อย่างที่ทุกคนได้เห็นกัน”

กว่าจะประกอบร่างเป็นบ้านป่า ‘ศรีทันดร’ ยากหรือง่ายแค่ไหน มีวิธีการหาข้อมูลยังไง

“ต้องบอกว่ายากมากครับ แรกเริ่มเราหาข้อมูลจากชนเผ่าในอีสานที่เด่นชัดและมีเอกลักษณ์ที่สุดนั่นคือเผ่า ‘ภูไท’ จากนั้นเราจึงค้นต่อว่าคนอีสานในจังหวัดไหนบ้างที่มีเผ่าภูไทอาศัยอยู่จึงมาตกตะกอนกันที่จังหวัด สกลนคร  เมื่อเราโฟกัสข้อมูลลงลึกไปอีกทั้งจากการสอบถามเพื่อนที่อยู่ในจังหวัดเองและหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพิ่ม ด้วยความบังเอิญเราไปเจอกับภูพานและหนองหาร พอไล่ดูกายภาพภูมิศาสตร์จาก Google Maps ก็เห็นเกาะน้อยใหญ่ลอยอยู่หนองหารเต็มไปหมด แต่กลับสะดุดตาเกาะๆ หนึ่งซึ่งน่าจะอยู่ตรงกลางหนองหารพอดิบพอดีนั่นก็คือ เกาะดอนสวรรค์ ความรู้สึกที่เห็นครั้งแรกคือมันใช่มากๆ เพราะเชื่อว่าหลายคนไม่ทราบหรือไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีอยู่ เราเลยเริ่มปักหมุดเขียนบ้านป่าศรีทันดรขึ้นมาจากตรงนี้เลย

แรงบันดาลใจของขนบธรรมเนียม ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ส่วนหนึ่งคงต้องขอย้อนกลับไป 80 กว่าปีก่อน ซึ่งอีสานในตอนนั้นทราบมาว่าเป็นเมืองที่ไม่มีอะไรเลย คนอีสานเป็นคนเชื่อคนง่าย ถ้าได้เชื่ออะไรจะเชื่ออย่างสนิทใจ ขณะเดียวกันก็ยังรัก แบ่งปัน ช่วยเหลือกันแน่นแฟ้น เพราะฉะนั้นคำพูด ภาษา หรือกิริยาท่าทางทุกอย่างเลยถูกเซ็ตให้อยู่ในห้วงของอีสานโบราณทั้งหมด ขณะเดียวกันเราได้เลือกประเพณีฮีตสิบสองคองสิบสี่ของอีสานมาใส่ด้วย นั่นคือ ประเพณีบุญข้าวประดับดิน ประเพณีที่คนเป็นต้องเอาข้าวและอาหารมาให้คนตายในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งยังปรากฎให้เห็นอยู่ในยุคปัจจุบันเพื่อให้ผู้ชมยังจับต้องได้

ส่วนเรื่องพิธีกรรมปูมหลังของต้นไม้ใหญ่ เราได้แรงบันดาลใจมาจากการฝังเสาหลักเมืองในอดีต ซึ่งจากข้อมูลที่เราพบเขาจะนำคนที่เป็นเชลยมาออกอุบายทำพิธีเรียกชื่อพรางๆ ขึ้น หากใครบังเอิญเผลอขานรับจะถูกเลือกเอาร่างไปฝังลงหลุมทั้งเป็นให้เสาหลักเมืองทับจนตาย โดยเชื่อว่าวิญญาณคนที่ตายจะช่วยอยู่รักษาเสาต้นนั้นไปชั่วนิรันดร์

พอมาเล่าในมุมมองของละคอนเวที ศรีทันดร เราเขียนคาแรกเตอร์ให้ปู่ทองคำดีเป็นผู้ที่มีบุญญาธิการเพียบพร้อมเสียสละชีวิตให้ถูกฝังด้วยความเต็มใจเพราะอยากแลกชีวิตตนเองเพื่อคนหมู่มาก จึงเป็นที่มาของการจัดวางพิธีกรรมในฉากนี้ที่จะเห็นกันไปบ้างแล้วเมื่อเปิดม่านการละคอน ข้อมูลในทุกๆ อย่างผมจะพยายามเทียบเคียงความจริงที่สุดแล้วค่อยปรุงแต่งมันออกมาเป็นความบันเทิง”

การจัดวางคาแรกเตอร์ตัวละครจากโลกอดีตให้มีชีวิตจิตใจเข้าถึงคนในโลกปัจจุบัน

“การสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครเป็นขั้นตอนต่อมาหลังจากเราหาประเด็น พล็อตเรื่อง ธีม แล้วมาลงตัวที่ตัวละครเด่นๆ สำคัญๆ ที่จะได้เห็นในเรื่องทั้งหมด 17 ตัวละคร โดยเราขมวดเป็นกลุ่มก้อนก่อน เช่น กลุ่มของนางรำ, กลุ่มตัวละครสร้างสีสัน, ครอบครัวบ้านทองใบ, บ้านจันดี และบ้านอื่นๆ ขณะเดียวกันทุกตัวละครต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งหมดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

คาแรกเตอร์ เราล้วนปั้นมาจากการสังเกตคนรอบตัวโดยเขียนอินเนอร์จากข้างในออกมาสู่นิสัยข้างนอก เช่น นางแย้ม เป็นคนที่น่าจะเจ็บปวดมากที่สุด แต่ความจริงแล้วนางแย้มเป็นคนเก่ง ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง รักเพื่อนมาก แต่เมื่อถูกชาวบ้านตั้งข้อครหา จึงทำให้นางแย้มแสดงมุมที่อ่อนแอออกมาให้คนได้เห็น

ไพรสณฑ์ เป็นตัวละครหลักตัวหนึ่งที่ต้องเป็นคนดำเนินเรื่อง อยู่กับแม่และน้อง ตัวเองต้องเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวแต่อยู่มาวันหนึ่ง น้องสาวก็ตายโดยไม่รู้สาเหตุ คาแรกเตอร์ของไพรสณฑ์จึงต้องดูเข้มแข็ง เกรี้ยวกราด อารมณ์ร้อน เพราะจะได้เห็นถึงความคับแค้นที่อยู่ในใจตัวละครตัวนี้

ยายปานดำ ตัวละครตัวนี้ผมเขียนมาจากย่าของผม ด้วยความที่แกเป็นคนรักหลานและชอบเล่าเรื่องในอดีตต่างๆ ของตัวเองให้ผมฟังก่อนเข้านอน ในเรื่องจะมีฉากหนึ่งที่ยายปานดำและนางแย้มคุยกันก่อนเข้านอน ผู้ชมจะได้เห็นถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนต่างรุ่นมาแลกเปลี่ยนกัน มีทั้งความอบอุ่นและความน่าสงสารของชีวิต

ทำไมต้องชื่อเรื่องว่า ‘ศรีทันดร’ ก่อนหน้านั้นมีชื่ออื่นไหม ที่มาของชื่อนี้

“จริงๆ ทีมเขียนบทเราเองมีกัน 5 คน มีผม (รัตนพล ทิพย์มะณี), ฟลุ้กกี้ (สิทธิศักดิ์ สุขแก้ว), ปูแป้ง (พัทธิยา ชูสวัสดิ์), มอส (เกียรติก้อง เทียมธรรม), และเยลลี่ (ปภาวรินทร์ วันสูง) แรกๆ คิดกันหนักอยู่พอสมควรว่าชื่อไหนมันจะสามารถสื่อถึงละคอนของเราได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งส่วนตัวผมก็มีหลายชื่อคิดเอาไปเสนอเพื่อน ชื่อแรกคือ ‘สายแนนแดนอัปปรีย์’  เป็นชื่อที่ถูกตัดออกตั้งแต่ครั้งแรกเพราะฟังดูคล้ายชื่อเพลงเกินไป

ชื่อต่อมาคือชื่อ ‘นางแย้มป่า’ เป็นชื่อที่เพื่อนๆ ในที่ประชุมทีมเฮดหลายคนชอบและสนใจเพราะคิดว่ามันน่าจะตอบได้ตรงตัวดี มาจากดอกนางแย้มป่าเป็นดอกไม้อัปมงคล ชื่อเดียวกับชื่อของนางเอกในเรื่อง ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าห้ามนำมาปลูกในบ้านเรือนเพราะเป็นดอกไม้ที่จะนำพาวิญญาณร้ายเข้ามาสิงสถิตย์ พอมาถึงจุดนี้เลยรู้สึกขนลุก มันดูรุนแรง ดูน่ากลัว ถ้าคนไม่รู้ที่ไปที่มาจะก็ไม่เข้าใจความหมายที่เราอยากจะสื่อสักเท่าไหร่ ชื่อนี้เลยถูกตัดออกไป

จนวันหนึ่งทีมเฮดต้องการเคาะชื่อเรื่องแล้วเพราะยังไม่ได้กันสักที เราจึงตัดสินใจขอคำปรึกษาจาก อาจารย์อังคณา พรหมรักษา อาจารย์ประจำสาขานิเทศศาสตร์ของเรา ว่าชื่อเรื่องควรจะไปทิศทางไหนดี อาจารย์ตอบกลับมาคำเดียวคือ “พวกเธอจะไปคิดยากอะไร ก็ ‘ศรีทันดร’ ไง!”  ผมจึงถึงบางอ้อกับตัวเองว่า เออ ใช่ว่ะ บางทีเราก็คิดเยอะเกินไป แค่ใช้ชื่อหมู่บ้านมาเป็นชื่อเรื่องมันก็ตอบสิ่งที่เราต้องการจะเล่าได้ทั้งหมดแล้ว เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็อยู่แค่ในหมู่บ้านแห่งนี้

เหตุผลที่ใช้พยัญชนะให้ไม่ตรงตามพจนานุกรม เพราะอยากให้รูปคำมันสื่อถึงหมู่บ้านที่คนทั่วไปยากและลำบากเข้าถึง ‘มหาสมุทรสีทันดร’ เป็นหนึ่งคำที่เราไปเจอมาแล้วพบว่ามันเป็นมหาสมุทรในวรรณกรรมไทยที่คนธรรมดายากจะข้ามไปได้ จึงเอามาบิดคำอีกหน่อยจาก ‘สี’ เป็น ‘ศรี’ เพื่อปรับความหมายให้มงคล อยู่เหนือหัวและขวัญเกล้าของผู้คน สุดท้ายจึงคลอดออกมาเป็นชื่อ ศรีทันดร”

จากที่เล่ามา ละคอนเวทีเรื่องนี้มีประเด็นเยอะแยะมากมายทั้งเรื่องจริงและแต่งเติม มีวิธีเลือกยังไงเวลาเอามาเล่าพรีเซนต์ให้เข้าใจได้ภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง

“จุดเชื่อมที่จะทำให้คนดูและนักแสดงรวมถึงทีมงานเบื้องหลังต่อติดกันสนิท คือ ‘ความเป็นอีสานแข่นๆ หนิหล่ะครับ’ เราเชื่อว่าแม้ผู้ชมของเราจะมาจากต่างสถานที่ ต่างประสบการณ์ แต่ส่วนใหญ่ที่ทุกคนล้วนมีเหมือนกันคือพื้นฐานชีวิตบ้านๆ เกิดมาตามทุ่งนา วัยเด็กของทุกคนคือช่วงที่มีความสุขที่สุดในชีวิต บางครั้งเรารู้สึกโหยหาอยากกลับไปสัมผัสอดีต อีกอย่างทุกคนมีความกลัวไม่เหมือนกัน ต่างเหตุผล ต่างวาระ ความกลัวของชาวบ้านที่นี่เองก็เช่นเดียวกัน ทุกปมปัญหาตั้งแต่ฉากแรกจะนำไปสู่เหตุการณ์ส่งผลต่อการกระทำต่างๆ ของตัวละครในเรื่องยันฉากสุดท้าย เรามั่นใจว่าเราเลือกมาดีที่สุดและทำมันดีที่สุดแล้ว ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมเป็นคนตัดสิน อยากให้ติดตามและห้ามลุกเข้าไปห้องน้ำเด็ดขาด”

ทำไมต้องกึ่งมิวสิคัล แสดงว่าละคอนเวทีเรื่องนี้ต้องเล่าเรื่องด้วยเพลงส่วนหนึ่ง

“เพลงคือสิ่งที่ผมรักมากๆ สิ่งหนึ่ง ความฝันตอนเด็กตั้งแต่เกิดมาคือ อยากเป็นนักร้อง แต่เมื่อเราโตขึ้นความคิดนั้นกลับค่อยๆ หายไป แต่มันก็เป็นส่วนประกอบที่ลงตัวเราในตอนนี้ที่ฝันอยากเป็นผู้กำกับและเขียนบทภาพยนตร์สักเรื่อง ตอนนี้ก็ได้ทำแล้วครับแม้จะคนละศาสตร์แต่ผมว่ามันประยุกต์เข้าด้วยกันได้นะ เพียงแค่เปลี่ยนแพลตฟอร์มการนำเสนอแค่นั้น

เพลงไม่มีก็เหมือนกับขาดรสชาติของความเป็นละครเวทีไปจริงๆ จากที่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะแต่งเพลงได้เองด้วยซ้ำหรือมันอาจจะบังเอิญเกิดขึ้นด้วย ยอมรับว่ากดดันกันมากตอนที่มันยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็เริ่มลองใช้วิธีการเขียนลงบนกระดาษเน่าๆ ก่อน แต่งผิดก็ลบเปลี่ยนกระดาษใหม่ เพลงทุกเพลงเราเขียนขึ้นจากความรัก ความตั้งใจ ความอินมากๆ ในสิ่งที่ทำ

นอกจากนี้เรายังทำงานกับฝ่ายที่ชื่อว่า ‘ทีมเพลง’ ทีมเพลงในปีนี้ผมขอปรบมืองามๆ ให้เลย มีทั้งพี่และน้องที่รักในเสียงเพลงมาร่วมกันสร้างสรรค์เมโลดี้ ทำนอง ออกมาให้ลงตัวเป็นแนวอีสานขนานแท้จริงๆ ไม่ใช่แค่คนนิเทศศาสตร์เรายังได้เพื่อนๆ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ซึ่งถือว่าเชี่ยวชาญที่สุดแล้วในย่านนี้เข้ามาช่วยกันดีไซน์จนมันออกมาสำเร็จให้ทุกคนได้ฟังอย่างที่ปล่อยไปแล้วชื่อเพลง ‘บุญบ่มี’ โดยนางเอกเราเป็นถึงดีกรีนางเอกหมอลำผ่านเวทีประกวดมามากมายร้องเอง ใครที่อยากฟังอีก 4 เพลง คุณต้องมาฟังสดๆ ให้ได้เท่านั้น”

 

บอกชัดๆ อีกทีได้ไหม เรื่องราวใน ‘ศรีทันดร’ เกี่ยวกับอะไรกันแน่

“เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2485 ยุคที่เมืองอีสานยังถูกเรียกว่าด้อยพัฒนาแต่ยึดเหนี่ยวแข็งแรงด้วยความเชื่อและความศรัทธาของผู้คน ปรากฎหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางหนองน้ำขนาดใหญ่ ล้อมด้วยเทือกเขาภูพานและแม่น้ำรอบอีกชั้นถูกกำบังด้วยมนต์เวทย์ คนในไม่มีทางออก คนนอกไม่มีทางเข้า แม้รอบข้างจะแห้งแล้งปานใด แต่บ้านป่าแห่งนี้กลับอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติความชุ่มชื้นสืบกันมานับตั้งแต่ลืมตาจำความได้

หมู่บ้านแห่งนี้ปกครองกันเองโดยมี ‘พ่อเจ้าบ้านจันดี’ เลือดเนื้อเชื้อไขลำดับที่ 9 ของตระกูล ‘ทองคำดี’ ผู้ที่ถากถางบุกเบิกพื้นที่โดยมี ‘ปู่ทองคำดี’ เป็นคนต้นตระกูลด้วยบุญวาสนาเพียบพร้อมไร้ทุกข้อครหา ว่ากันว่าก่อนตายชายผู้นี้ได้สละชีวิตแล้วให้ฝังร่างตนเองลงในดินเพื่อสยบอาเพศครั้งหนึ่งซึ่งทำให้ผู้คนล้มตายจากฝีมือของผีป่าท้ายหมู่บ้านออกมาฆ่ากินเครื่องในคน จนนานวันได้งอกเงยเติบโตกลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ลูกบ้านต่างเชื่อสนิทใจว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องภัยผีป่าที่ถูกสะกดวิญญาณเอาไว้ ทายาทในตระกูลทองคำดีทุกคนจึงได้รับความนับหน้าถือตาแบบไม่มีเงื่อนไขให้ต้องเป็นใครในตระกูลอื่น

พิธีกรรมบวงสรวงต้นปู่ทองคำดีจะเกิดขึ้นในทุกรอบปี ด้วยการคัดเลือกสาวงามที่มีบุญเพียบพร้อมมาเป็น นางเสลี่ยงเสี่ยงทาย ถวาย เครื่องเซ่นโลหิตสัตว์ดำ 9 อย่าง ให้กับต้นไม้ใหญ่ โดยปีนี้ ‘นางแย้ม’ หลานสาวยาย ‘ปานดำ’ คือคนที่ถูกเลือกแรกสุดเพราะถูกโฉลกตามตำนานว่าไว้ทุกอย่าง พร้อม ‘อัญชัน’ ‘สะเดา’ และ ‘ดาหลา’ นางรำสี่ทิศ ทั้งหมดเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งคัดโดยผู้สืบเชื้อสาย ปุโรหิต มาอย่าง ‘คูบาหำ

เหตุการณ์คงไม่มีอะไรผิดปกติดังเช่นทุกปีหากไม่มีคนบ้าในหมู่บ้านชื่อ “เมืองมนต์” วิ่งเข้ามาในพิธีเหมือนหนีอะไรบางอย่างหัวซุกหัวซุนจนชนเข้ากับลานพิธีล้มลงให้ล่มไม่เป็นท่า ชาวบ้านต่างลือหนาหูว่าอาจเป็นเพราะนางแย้ม ผู้ที่เป็นนางเสลี่ยงเสี่ยงทายได้สืบเชื้อสายมาจากผีป่าเพราะอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกันกับยายเฒ่าปานดำผู้ไม่สุงสิงกับใคร

อาเพศยิ่งซ้ำร้ายเมื่อ อัญชัน หนึ่งในนางรำสี่ทิศได้ตายอย่างปริศนาอยู่กลางป่าสภาพไม่เหลือเครื่องในไส้พุง ตอกย้ำคำครหาว่า นางแย้ม อาจเป็นบ่อเกิดแห่งความอัปปรีย์ในหมู่บ้านปลุกพวกผีป่าออกมาฆ่าคนในครั้งนี้ จนพี่ชายอัญชันอย่าง ‘ไพสณฑ์’ ร้อนรนทนไม่ไหว ประกาศสาปแช่งกับความจันไรโดยไม่สนว่าสิ่งที่กำลังจะได้ปะทะตรงหน้ามันเป็นผีหรืออะไรกันแน่ หรือนี่อาจถึงคราวอาเพศอีกครั้งที่ไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งได้อีกต่อไป คำตอบทั้งหมดพร้อมให้ผู้ชมมาร่วมประสบการณ์สดๆ ตรงหน้าไปด้วยกันในละคอนเวทีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครั้งที่ 17 เรื่อง ‘ศรีทันดร’ 20-21 เมษายนนี้ วันละ 2 รอบ (16.00 และ 19.30) ที่หอประชุมใหญ่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม”

จองบัตรที่ m.me/lakornnitademsu

ชมตัวอย่างและเพลงประกอบ:

Trailer "ศรีทันดร"

*** ​Trailer "ศรีทันดร" ***.เรื่องราวของหมู่บ้าน "บ้านป่าศรีทันดร" ที่มีตำนานถืกเล่าต่อกันมา เป็นอาเพศที่เฮ็ดให่ผู้คนล้มตาย ชาวบ้านป่าศรีทันดรสิแก้อาเพศได่จั่งได๋ ติดตามได่.กับ ละคอนเวทีนิเทศศาสตร์ประจำปี 2562เรื่อง “ศรีทันดร” ละคอนเวทีแนวระทึกขวัญที่สอดแทรกวัฒนธรรมอิสานเข้าไปอย่างลึกซึ้ง .มีทั้งเบิ่ด 4 รอบด้วยกันคือวันที่ 20 เมษายน รอบ 16.00 น. และ 19.30 น.และวันที่ 21 เมษายน รอบ 16.00 น. และรอบ 19.30 น.สถานที่ทำการแสดง : วิทยาลัยดุริยางคศิลป์.สามารถซื้อบัตรจับจองหม่องนั้งได่ที่ที่หน้าตลาดน้อย เวลา 17:00น. เป็นต้นไปขายทุกวัน ! สามารถชำระ และรับตั๋วได้ทันทีหรือหมู่เจ้าสามารถซื้อทาง INBOX ของเพจได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยจ้าา.สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ : m.me/lakornnitademsuหรือโทร : 097 0367679 วชิรญาณ์ กันทากาศ.มาซ่อยแก้อาเพศของบ้านป่าศรีทันดรได้ โดยการซื้อบัตรมาเบิ่ดหมู่เฮานำกันเด้อ.#ศรีทันดร#ละคอนเวทีนิเทศศาสตร์#LakornnitadeMSU

โพสต์โดย ละคอนเวทีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อ วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2019

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม