4 องค์กรวิชาชีพสื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่าง กำกับดูแลเนื้อหารายการ

4 องค์กรวิชาชีพสื่อยื่นหนังสือถึง ประธานบอร์ด กสทช. ทบทวน (ร่าง) ประกาศการกำกับดูแลเนื้อหารายการในวิทยุและโทรทัศน์ หวั่นละเมิดสิทธิเสรีภาพการนำเสนอและการรับรู้ข่าวสารของประชาชน หากเกิดการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบและไม่เป็นธรรมตามประกาศกำกับเนื้อหาฉบับนี้

117

(19 ก.ค.56) นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ คณะกรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เป็นตัวแทน 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ซึ่งประกอบด้วย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือ เรื่อง คัดค้าน (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. ต่อ พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมทั้งนำส่งสำเนาหนังสือคัดค้านร่างประกาศฉบับดังกล่าว ถึงรองประธาน และคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อีก 10 ท่าน คือ  พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์, พันเอก ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ, พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ, ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า, รศ. ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์, ผศ. ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์, นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์, นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร

โดยมี พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร เลขาธิการ ประธาน กสทช. ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ให้เป็นผู้แทนมารับมอบหนังสือ เรื่อง คัดค้าน (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ   เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. เพื่อนำส่งต่อประธานและคณะกรรมการ กสทช. ทั้ง 11 ท่าน ในลำดับต่อไป

สำหรับเนื้อความในจดหมาย เรื่อง เรื่อง คัดค้าน (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ อนุมัติให้นำ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. ออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปแล้ว นั้น

องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง ๔ องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะองค์กรที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในกรณีที่ (ร่าง) ประกาศฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ จากการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาใน (ร่าง) ประกาศฉบับดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว พบว่า อาจเป็นร่างประกาศที่ กสทช. กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจากเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไม่สุจริตหรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือมีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือเป็นการสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนอันเกินสมควรหรือเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ และอาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อการหลักการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่กฎหมายรัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ในที่สุด

องค์กรวิชาชีพทั้ง ๔ องค์กร จึงเห็นควรเสนอแนะให้ กสทช. พิจารณาทบทวนมติที่ให้นำ(ร่าง) ประกาศ ฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. ออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะด้วยความรอบคอบอีกครั้งหนึ่งตามรายละเอียดที่ปรากฏในคำแถลงการณ์สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑ และ ๒ ข้างต้น

จึงเรียนมาเพื่อทราบและเพื่อพิจารณา ทั้งนี้องค์กรวิชาชีพทั้ง ๔ องค์กรหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวจะสามารถช่วยสนับสนุนให้การทำงานของ กสทช. เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะซึ่งนับเป็นข้อพิสูจน์การทำหน้าที่ของ กสทช. ที่สำคัญในที่สุด

ที่มา : http://www.thaibja.org

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม