เครือข่ายประชาสังคมชัยภูมิตื่นจี้รัฐเปิดข้อมูลลักไก่ปลุกผีเขื่อนห้วยสามหมอผุด

เขื่อนห้วยสามหมอ

สุทธิพงศ์ คนลานเมือง สำนักข่าวเนชั่น รายงาน

เครือข่ายประชาสังคมชัยภูมิตื่นจี้รัฐเปิดข้อมูลลักไก่ปลุกผีเขื่อนห้วยสามหมอผุดธนาคารน้ำแห่งชาติอาเซียนค่า3.6ล้านล้านบาท

จ่อรองรับแผนดึงทุนร่วมเข้าสู่อาเซียนค่าลงทุนสูงกว่า3.6ล้านล้านบาท -ชาวชัยภูมิ 3 อำเภอเตรียมอ่วมถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำท่วมยกอำเภอเพื่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ต้องอพยพคนกว่า 20,000 ครอบครัว ย้ายถิ่นหนีทิ้งเมืองหนี ไปตั้งเมืองใหม่บนสันเขาแทนจับศึกแย่งชิงขายทรัพยากรชาติโดยชอบธรรมประเดิมปี 2558 เข้าสู่อาเซียนเต็มตัว

ชัยภูมิ / 8 องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคมชัยภูมิตื่น รัฐบาลแอบลักไก่เดินหน้าจ้างบริษัทที่ปรึกษากว่า 900 ล้านบาทเร่งศึกษาแผนสร้างเขื่อนห้วยสามหมอ รอยต่ออ.แก้งคร้อ-ภูเขียว-คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ให้เป็นพื้นที่รับน้ำอ้างผ่านประชาคมชาวบ้านยอมขายเมืองทิ้งให้ถูกน้ำท่วมยกอำเภอไม่น้อยกว่า 20,000 ครอบครัว ต้องย้ายฐานอพยพคนตั้งเมืองใหม่บนสันเขาแทน เพื่อเปิดพื้นที่เตรียมรับการผันน้ำปลุกผีฟื้นโครงการโขงชีมูล จับตาศึกแย่งชิงทรัพยากรชาติขายต่างชาติโดยชอบธรรมเตรียมเข้าสู่กลุ่มอาเซียน 10ประเทศเต็มตัวปี 2558 ไทยตกเป็นฐานรองรับขายโครงการธนาคารน้ำแห่งชาติ –อาเซียน หวังระดมดึงทุนนอกร่วมก่อสร้างมหาเม็กกะโปรเจคเขื่อนใหญ่สุดในโลก ค่าลงทุนสูงกว่า 3,620,000 ล้านบาท

เขื่อนห้วยสามหมอ

( 20 มิ.ย.2555) ตัวแทน 8 เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองจ.ชัยภูมิ เปิดเวทีประชุมหารือด่วน ณ ห้องประชุมนันทนาการผู้สูงอายุ สวนสาธารณะหนองปลาเฒ่า อบจ.ชัยภูมิ เปิดประเด็นเจาะใจชาวชัยภูมิ หลังมีการตรวจพบข้อมูลของทางรัฐบาลปัจจุบัน เตรียมดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนห้วยสามหมอ มูลค่าลงทุนสูงกว่า 3.6 ล้านล้านบาท ใน เขตรอยต่อ3 อำเภอ ของอ.แก้งครอ,อ.ภูเขียว,และคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ เชื่อมรอยต่ออำเภอใกล้เคียงบางส่วนในจ.ขอนแก่น เพื่อเตรียมก่อตั้งเป็นเขื่อนรับน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งเป็นธนาคารน้ำแห่งชาติห้วยสามหมอ ที่จ.ชัยภูมิ

โดยนายประทีป พลมณี ตัวแทน 8 องค์กรเครือข่าย เปิดเผยว่า การดำเนินการโครงการเขื่อนห้วยสามหมอ ที่จ.ชัยภูมิ เมื่อเราทราบข่าวก็เป็นเรื่องที่พากันตกใจมาก เพราะจะมีพื้นที่บ้านเรือนของชาวอำเภอแก้งคร้อ มากกว่า 20,000 ครอบครัวถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ซึ่งมีหลักฐานว่าทางรัฐบาลปัจจุบันมีการอนุมัติจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาและนักวิชาการ ให้เร่งเข้ามาดำเนินการทำแผนศึกษาเตรียมก่อสร้างโครงการในงบประมาณสูงกว่า 900 ล้านบาท ไปแล้ว ซึ่งมีจ่ายค่าดำเนินการสำรวจเตรียมก่อสร้างโครงการดังกล่าวไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท

โดยล่าสุดยังมีรายงานถึงรัฐบาลที่มีการอ้างว่าในส่วนชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจุดสร้างเขื่อน ที่จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบต้องถูกน้ำท่วมยอมผ่านประชาคมชาวบ้านจากตัวแทนทั้งอำเภอแก้งคร้อกว่า 100 คน และมีการไปบันทึกการประชุมทำประชาคมชาวบ้านไปแล้วที่จ.ขอนแก่น มาเมื่อเร็วๆนี้ว่าจะมีการยอมยกที่ดินทั้งอำเภอขายที่ดินถูกเวนคืนที่ดินให้กับรัฐต่อหัวมูลค่าสูงกว่า รายละ 3 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยอมทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดให้เป็นพื้นที่รับน้ำและถูกน้ำท่วมยกอำเภอให้หมดแล้ว ซึ่งในจุดอำเภอแก้งคร้อทั้งอำเภอจะต้องถูกน้ำท่วมมีระดับน้ำสูงกว่า 350 เมตรขึ้นไปในเนื้อที่วงกว้างหลายหมื่นไร่ และมีการเตรียมอพยพคนนับหมื่นครอบครัว พร้อมย้ายถิ่นฐานไปตั้งเมืองใหม่บนที่สูงยอดสันเขาภูแลนคาแทนด้วยทั้งหมดแล้ว เพื่อหนีน้ำท่วมเมือง

ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการเตรียมการเชื่อม ให้เป็นพื้นที่รับน้ำไว้ในเขื่อนเชื่อมต่อฟื้นโครงการโขงชีมูล ขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วย เพื่อตั้งเป็นธนาคารน้ำแห่งชาติ –กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งจะเป็นการเปิดระดมทุนร่วมทุนกับต่างชาติกลุ่มอาเซียนครั้งใหญ่ ในปี 2558 นี้ ค่าลงทุนมหาศาลมากกว่า 3,620,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

โดยเป็นที่น่าแปลกใจว่า ทั้งในการร่วมเสวนาของกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม ทั้ง 8 องค์กรในครั้งนี้ ทั้งในส่วนภาคตัวแทนสมาคม อบต.ในจ.ชัยภูมิและภาคอีสาน กว่า 200 แห่ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง และสภาองค์กรค์ชุมชนตำบลในจังหวัดชัยภูมิ อีกกว่า 56 สภา กลับไม่มีใครได้รับรู้ข้อมูลโครงการที่ชัดเจนของเรื่องนี้มาก่อนเลย ว่าคนในพื้นที่จะมีผลได้ ผลเสีย และจะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้างเลย ซึ่งโครงการนี้ยังไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนเลย

ซึ่งจากนี้ไปทางตัวแทนกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมทั้ง 8 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา ในจ.ชัยภูมิ จะได้เร่งนำเสนอเรื่องนี้ผ่านยังสำนักงานพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ถึงรัฐบาลต่อไปว่าเรื่องนี้กลับจะได้ไม่คุ้มเสียมากกว่า และจะสิ้นเปลืองงบประมาณรัฐซึ่งเป็นเงินของภาษีของประชาชนทั้งประเทศกว่า 900 ล้านบาทไปเปล่าๆโดยใช่เหตุ

ซึ่งทำไมเราไม่ช่วยกันแก้ปัญหาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเองตามโครงการแก้มลิง แบบพอเพียงฟื้นวิถีชีวิตสายน้ำชี ที่จ.ชัยภูมิ ในปัจจุบันให้เกิดอย่างจริงจังและใช้งบประมาณไม่มาก เพราะเรา เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชี ให้กลับคืนมาดั่งเดิม จะตรงจุดดีกว่าจะหันไปหยิบแต่โครงการใหญ่ๆและรับประกันไม่ได้ว่าวิถีของสายน้ำทั่วประเทศจะสูญหาย เปลี่ยนแปลงไปขนานใหญ่ ชุมชนท้องถิ่นดั่งเดิม ประวัติศาสตร์บ้านเมืองจะสูญหายไปอย่างไรบ้าง เสี่ยงต่อการว่าใครจะรับประกันผลกระทบที่จะตามมาได้ แม้แต่รัฐบาลเอง

และหากมีการระดมทุนจากต่างชาติ ไม่มีใครเขาจะเอาเงินมาร่วมทุนให้เราฟรีๆแน่ การจัดการเพื่อที่จะว่าโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาโครงการนี้ธนาคารน้ำแห่งชาติให้กับคนทั้งประเทศไทย จะเอาแต่ฝ่ายไทยเราได้ฝ่ายเดียวคงยาก หากมีการระดมทุนจากกลุ่มอาเซียน แลกเปลี่ยนขายทรัพยากรธรรมชาติให้กับต่างชาติโดยชอบธรรมได้ก็ตาม

ซึ่งอยากให้ภาครัฐ ที่ปัจจุบันมักจะชอบดำเนินโยบายลงมาและแอบแฝงการใช้อำนาจโดยชอบธรรมของตนเอง โดยไม่สนใจคนท้องถิ่น ชุมชน บ้านเกิดของตนเองว่าเขาอยากได้หรือต้องการอะไรจริงๆกันแน่ ซึ่งน่าจะเป็นการแก้ปัญหาบ้านเมืองทั้งน้ำท่วม แล้งได้เร็วและตรงจุดที่แท้จริงมากกว่า การมุ่งแต่กำหนดนโยบายลงมาจากเบื้องบนรัฐบาลฝ่ายเดียว
http://http://77.nationchannel.com/video/245359/

เขื่อนห้วยสามหมอ เขื่อนห้วยสามหมอ

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม