ฟังจากปากโปรดิวฯ “คืนนั้น ! เราก้าวไปอีกขั้นกับการทำหนังเกย์”

ปล่อยตัวอย่างออกมาให้ชมเต็มๆ กันแล้วสำหรับภาพยนตร์ชายรักชายกระแสแรง “คืนนั้น red Wine in the dark Night” ภาพยนตร์โดยผู้กำกับมือทอง พี่กลอฟ์ ธัญญ์วารินทร์ สุขะพิสิษฐ์ หลังจากหลายสัปดาห์ก่อนได้ร่อนทีเซอร์ออกเพื่อชิมลางผู้ชมที่ตั้งหน้าตั้งตารอหลังจากที่ได้มีการปล่อยภาพโปรโมทกันมาสักระยะหนึ่ง 

และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทีเซอร์ตัวแรกใน Youtube ออกสู่สายตาผู้ชมบนโลกโซเชียลมีเดีย และตามมาด้วยตัวอย่างตัวเต็ม จนมีการแชร์กันอย่างรวดเร็วทำให้สังคมให้ความสนใจและจับตามองทั้งในและต่างประเทศ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ด้วยเนื้อหาในตัวอย่างที่ถึงพริกถึงขิง ฉากความสัมพันธ์ของตัวละครในภาพยนตร์ที่สลัดภาพหนังคู่จิ้น ฟินๆ แบ๊วๆ ออกไป เล่าด้วยเรื่องราวความรักที่ดุเดือด พร้อมกับฉากเลิฟซีนสุดฟินกระแทกใจชาวชายรักชายรวมถึงสาววายกันเป็นที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีผู้ชมบางส่วนออกมาให้ความเห็นว่าด้วยเนื้อหาที่ร้อนแรงขนาดนี้ ภาพยนตร์ คืนนั้น red Wine in the dark Night มีโอกาสอย่างมากที่อาจจะโดนแบนเหมือนกรณีภาพยนตร์ Insect In the Backyard โดยเฉพาะโลโก้ผู้กำกับที่เป็นคนคนเดียวกัน และท่ามกลางหนังชายรักชายที่จ่อคิวเข้าโรงภาพยนตร์ในช่วงเดียวกันปีนี้ถึงสิบกว่าเรื่อง อะไรคือความน่าสนใจของ คืนนั้น red Wine in the dark Night 

งานนี้นิเทศศาสตร์ มมส. ไม่รอช้าขอนุญาตยิงคำถามส่งตรงไปยังหนึ่งในโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ คืนนั้น red Wine in the dark Night พี่ตุ้ย วิชชา สุยะรา รุ่นพี่ศิษย์เก่า รุ่น 3 นิเทศศาสตร์ มมส. ของเรา ในฐานะทีมงานเบื้องหลังอีกหนึ่งคน ผู้ที่เคยฝากผลงานการออกแบบโปสเตอร์ละครและภาพยนตร์ชื่อดังในนามสำนักศิลป์คุณตุ้ย OfficialWitchaSuyara งานนี้จัดมาเต็มๆเพื่อไขข้อข้องใจและเปิดมุมมองของผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดนี้กันอีกหนึ่งมุมมอง

11160605_10205343751612386_6566873407226367893_o


ทำไมต้องเป็น คืนนั้น red Wine in the dark Night ?

“ไอเดียมันมาจากพี่กอล์ฟ เค้าอยากทำหนังรักอีโรติค ชาย-ชาย ที่ตัวละครหลักตัวหนึ่งเป็นแวมไพร์ ตอนแรกมีหลายชื่อมาก คิดมากันเป็นสิบๆ แต่มาลงที่ชื่อ “คืนนั้น” เพราะมันมีคืนหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด มันจะพัวพันกันไปหมดเลยทั้ง 7 ตัว เป็นหนังที่ symbolic เยอะมาก มีนัยยะแฝงเต็มไปหมด แต่หน้าหนังเราทำเป็นหนังอีโรติคแรงๆ จริงๆหนังจะดราม่ามาก ส่วนชื่ออังกฤษมาจากตัวละครหลักชื่อ “ไวน์” กับ “ไนท์” แล้วก็ใส่กิมมิคความเป็นแวมไพร์เข้าไป แต่จะไม่บอกกันโต้งๆว่าเป็นหนังแวมไพร์ เราให้คนดูได้ค้นหากันเองว่าเรื่องมันจะมีที่มาที่ไปยังไง”

11150498_846029372100169_7164062777109747231_n

การร่วมงานกับพี่กลอฟ์ ผู้กำกับ คืนนั้นฯ เป็นมาอย่างไร ?

“มันเป็นการลงขันกันจากหลายๆคน หนังเรื่องนี้เลยมีรายชื่อโปรดิวเซอร์ยาวเป็นหางว่าว พี่เป็นหนึ่งในนั้น ตอนที่คุยกันทีแรกหนังมันยังไม่มีคนทำโปรโมทให้ ก็เลยเสนอตัวเข้าไปทำ รับผิดชอบหน้าที่โปรโมทหนังกันไปเลย การทำงานนี่สนุกมากนะเรื่องนี้ เหมือนไปทำงานกลุ่มช่วยเพื่อน มันไม่มีใครมาจุกจิกนู่นนี่ว่าจะต้องทำตามเค้าเหมือนงานชิ้นอื่น งานหนังเรื่องนี้แต่ละคนก็ปล่อยของกันไปเลยทั้งนักแสดงทีมงานผู้กำกับ มันไม่มีนายทุนมาสั่งว่าต้องทำอะไร เพราะนายทุนก็มานั่งทำงานอยู่ในกองด้วยกันนั่นแหละ ซื้อน้ำซื้อขนมมาเลี้ยงกันสนุกสนาน พักกองก็ดีดกีตาร์ร้องเพลง แต่เราทำงานเร็วมากนะ คิวถ่ายนี่แน่นเอี๊ยด แต่มันสนุก ทุกคนทำงานแล้วฟิน อยากกลับมาทำด้วยกันอีก”

10911360_816770211692752_5709840372385213393_o

ในมุมมองของโปรดิวเซอร์ หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์การโดนแบน และแก้ต่างแทน Insect in the Backyard อีกเรื่องหรือเปล่า?

“เรื่องนี้ไม่ใช่ ถ้าจะเป็นงานแก้ต่างของ Insects มันคือ It Gets Better ถ้าใครได้ดูทั้งสองเรื่องจะพบว่ามันคือหนังประเด็นเดียวกันเลย แต่กับคืนนั้นไม่ใช่ เราก้าวไปอีกขั้นแล้ว”

จากกระแสหลังปล่อยทีเซอร์ที่ค่อนข้างดี และอีกด้านคนก็มองว่าค่อนข้างแรง เรียกได้ว่ากระแสสังคมก็จับตามองพอสมควร ในฐานะโปรดิวเซอร์ คิดเห็นอย่างไร?

“เราค่อนข้างชัดเจนว่าเราจะทำหนังให้ใครดู หนังเรื่องนี้ไม่เหวี่ยงแหมั่วเอาทุกกลุ่ม เพราะกลุ่ม homophobia ยังไงก็ไม่ดูหนังเกย์อยู่แล้ว ถ้าจะทำหนังเกย์เราทำให้มันสุดทางไปเลยดีกว่า แล้วผลพลอยได้ของหนังคือได้กลุ่มสาววายมาด้วย มันเป็นหนังแรงก็ใช่ สาววายบางคนก็ยังบอกว่าแรงไป ชอบแบบจิ้นๆมากกว่า คือกองนี้เป็นคนไม่ค่อยจิ้นไง จัดเลย 5555 ตัวพี่เองก็ชอบหนังแรงๆเหมือนกันมันเลยไปกันได้ดีเพราะจริงๆพี่ก็เป็นคนที่แสบ ใครจะบอกว่าเสื่อมก็ช่างเค้า เราไม่ได้ทำหนังให้เค้าดู ถึงเราไม่ทำแรงขนาดนี้พี่เชื่อว่าเค้าก็ไม่ตีตั๋วอยู่ดีแหละ ด่าอย่างเดียวแล้วก็รอโหลดมาดูในที่ลับตาคน เรื่องกระแสสังคมนี่รู้แต่แรกแล้วว่ามันจะต้องมา หน้าหนังแรงขนาดนี้ แล้วไม่ใช่หนังเกย์เกรดต่ำๆ ทีมงานนี่ตัวโปรกันทั้งนั้น แล้วงานเรามีดีไซน์ ทุกคนลงแรงกันมาขายฝีมือ สร้างมันออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้ามันดีจริงสังคมจะตอบรับเอง เหมือนที่ It Gets Better เคยทำได้มาแล้ว ตอนแรกก็โดนด่าเหมือนกันถ้าจำกันได้”

จากตัวอย่าง ผู้ชมหลายคนหวั่นกลัวจะโดนแบนไม่ได้เข้าฉาย ตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหนแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง?

“ตอนนี้หนังทำโพสต์โปรดักชั่นอยู่ กว่าจะรู้ว่าได้เรทไหนก็น่าจะเป็นเดือนหน้าช่วงหนังกำลังจะเข้าฉายครับ แต่ไม่น่าจะโดนแบนนะ แรงกว่านี้ยังฉายได้เลย”

11074190_818705221499251_6593209619759567365_o

ท่ามกลางหนังแนวเดียวกันที่จ่อเข้าฉายหลายเรื่องในปีนี้ คิดว่าอะไรคือจุดเด่น ความแตกต่าง หรือประเด็นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ?

“เราไม่ได้มาในฐานะหนังเกย์อาร์ตๆแรงๆกะชิงรางวัล เราไม่ใช่หนังเกย์ใสๆจิ้นๆ เราขายความแรง ดูง่าย และบันเทิง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีอะไรให้ตีความอีกเยอะแยะเลย ถ้าจะดูง่ายๆผ่านๆก็รู้เรื่อง แต่ถ้าใครชอบคิดเยอะๆก็น่าจะได้อะไรกลับไปหลังจากออกจากโรง แล้วประเด็นของหนังมันไม่ใช่แค่โอ๊ย ผมรักผู้ชายคนนั้น ทำไงเราจะลงเอยด้วยกัน หรือผมเป็นเกย์นะ ทำไงพ่อแม่จะยอมรับ เราก้าวผ่านจุดนั้นแล้ว หนังเรื่องนี้ประเด็นมันอยู่ที่การรักใครซักคนจนยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก ยอมกระทั่งว่าไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่จะไปทำอะไรบ้างต้องไปดูในโรงหนัง”

10828174_813904911979282_5674774533605371243_o

คิดว่าหนังไทยที่จะได้รับความนิยมในยุคนี้ มันผูกขาดแนวแล้วหรือเปล่า จากกระแสผู้ชมที่มองว่าหนังไทยยุคนี้ซบเซา?

“ตอนนี้ตลาดหนังไทยมันเหมือนปลูกผักชนิดเดิมซ้ำซากๆ บนที่ดินแปลงเดิม เพราะมันยังขายได้อยู่ แล้วดินมันก็เริ่มเสื่อมสภาพ เพราะผักที่เราปลูกมันไม่หมุนเวียน เห็นอะไรขายดีก็แห่ทำตามกัน พี่เชื่อว่าปีหน้าเราทำหนังเกย์ไม่ได้ตังหรอกเพราะปีนี้ซัดไปเป็น 10 เรื่องแล้ว ส่วนนายทุนหน้าเดิมก็ไม่กล้าอนุมัติโปรเจ็กต์อะไรที่แตกต่างเพราะกลัวเจ๊ง ซึ่งจริงๆแล้วไอ้ที่ทำอยู่เนี่ยแหละมันเจ๊ง เราคงเห็นกันไปแล้วว่าเรื่องอะไร ขนาดว่ามีดาราเบอร์ใหญ่อันดับต้นๆก็การันตีรายได้ไม่ได้เลย ต่อไปต้องฟังคนทำหนังรุ่นใหม่ๆแล้วว่าเขาอยากทำอะไรกัน ไม่ใช่เห็นคนชอบอะไรก็ประเคนให้ คนทำหนังควรจะเป็นผู้นำแฟชั่น เป็นผู้เปิดประเด็น ไม่ใช่ผู้ตาม เพราะถ้าไปตามตูดคนดูอยู่อย่างงี้ใครจะมายอมเสียเงินให้คุณ เค้าก็ไปเสพอย่างอื่นที่มันล้ำกว่าบันเทิงกว่าก็ได้ ตอนนี้มันมีสื่ออย่างอื่นเยอะแยะที่ให้ความบันเทิงได้เหมือนกัน ถ้าหนังแตกต่างแล้วมันจะเจ๊งมันก็เจ๊งอย่างมีศักดิ์ศรีอ่ะ ไม่ใช่เจ๊งแบบคนดูด่าว่าทำหนังตีหัวเข้าบ้านสมน้ำหน้าไม่ได้ตัง แล้วแบรนด์ของตัวเองก็จะเสียในระยะยาว พอคนเห็นชื่อเรื่องใหม่มาก็…อ๊ะ มึงมาอีกละ จะทำอะไรล่ะทีนี้ แทนที่คนเห็นชื่อแล้วจะเฮ้ยยย รอบนี้เค้าจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เรา รอดูๆ แล้วของอย่างงี้มันทำคนเดียวไม่ได้ มันต้องเป็นการร่วมมือกันทั้งนายทุนและคนทำงานที่มันต้องเข้าขากัน เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยากมากครับ หานายทุนที่เข้าใจเรานี่ยากเหมือนหาแฟนดีๆเลยแหละ”


11402254_855532174483222_6009035618338003204_o

ฟังจากมุมมองโปรดิวเซอร์แล้ว เชื่อว่า คืนนั้น red Wine in the dark Night คงจะมีประเด็นและเรื่องราวความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยจะกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ในเครือ SF และ Major สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/redwineinthedarknightmovie ผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์ในแนวชายรักชาย รวมถึงสาววายเตรียมจิ้นฟินจิกหมอนอย่าลืมไปให้กำลังใจกันด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณพี่ตุ้ยมากมายจ้า

 

ขอบคุณภาพและคลิปจาก : redwineinthedarknightmoviered Wine in the dark Night

Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Share on Tumblr

Post comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2015 All rights reserved. สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม